ข้ามไปยังเมนูหลักข้ามไปยังเนื้อหาหลักข้ามไปยังส่วนท้าย

ข้อมูลเชิงลึกทางเทคนิค

ข้อมูลบทความ

  • วันที่เผยแพร่: 2021-03-04
  • วันที่แก้ไข: 2025-07-11

ทำไมอะคริลิคต้องผ่านการเคลือบผิว

การเคลือบผิวช่วยให้อะคริลิคดูเรียบเนียนและเงางามยิ่งขึ้น อีกทั้งการลบมุมหรือลายพ่นทรายยังช่วยเพิ่มมูลค่าและความสวยงาม

หลังจากตัดแล้ว ขอบอะคริลิคอาจดูหม่นหรือหยาบ การขัดเงาช่วยให้เรียบลื่นและเงาวาว ขอบคมยังสามารถป้องกันได้ด้วยการแต่งขอบหรือลบมุม

ใช้ใบมีดเพชรหมุนด้วยความเร็วสูง ใช้กับพื้นเรียบหรือเอียงได้ แต่ใช้กับมุมโค้งไม่ได้

ภาพประกอบแสดงหน้างานที่สามารถนำไปขัดเพชรได้

ใช้เปลวไฟไฮโดรเจนละลายผิวอะคริลิคให้เรียบและเงา ต้องขัดก่อน แล้วจึงขัดด้วยเปลวไฟ อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 800°C – 2800°C หากเคลื่อนเปลวไฟช้าจะได้ผิวที่เนียนกว่า แต่เสี่ยงเกิดฟองหรือไหม้ เหมาะกับพื้นที่เล็กหรือมุมเข้าถึงยาก เช่น พับ รู มุมแคบ

ภาพประกอบแสดงหน้าการใช้งานสำหรับกระบวนการขัดด้วยเปลวไฟ

ใช้ผ้าขัดร่วมกับยาขัด ผิวจะเรียบขึ้น แต่ไม่เหมาะกับชิ้นงานที่มีความซับซ้อนหรือเว้า

ภาพประกอบแสดงมุมที่ใช้งานได้สำหรับกระบวนการขัดผ้า

ใช้ใบมีดเซรามิกลบคมตามขอบให้เรียบไม่บาดมือ

ภาพประกอบขั้นตอนการลบคมโดยใช้เครื่องมือใบมีดเซรามิก

ลบมุมขอบ 45° เพื่อความสวยงาม ปลอดภัย และลดความคมของขอบ

ภาพประกอบที่เน้นข้อต่อมุม 45 องศา

พ่นทรายด้วยอนุภาคเล็ก ๆ เพื่อสร้างลายและทำให้พื้นผิวเป็นแบบด้าน

ภาพประกอบกระบวนการพ่นทราย

กาวจะละลายผิวอะคริลิคให้เชื่อมกัน เมื่อแห้งจะยึดติดแน่น แต่แห้งช้า เหมาะกับแผ่นบาง ทิ้งคราบกาวและฟองง่าย ไม่เหมาะกับสินค้าคุณภาพสูง

ภาพประกอบของกระบวนการ MEK ตัวทำละลาย

เหมาะกับอะคริลิคใสเพราะ UV ผ่านได้ แห้งไว ยึดติดแน่น (100kgf/cm²) ไม่มีฟองหรือคราบ เหมาะกับงานคุณภาพสูง ใช้กับแผ่นบาง หนา และมุม 45°

ภาพประกอบกระบวนการกาวยูวี

ใช้เส้นลวดความร้อนอุณหภูมิ 160°C ทำให้อะคริลิคอ่อนตัวแล้วรีบดัดก่อนเย็นตัว

ภาพประกอบกระบวนการดัดด้วยความร้อน